www.jidsai.com ย้อนรอยตำราพระคาถาไก่เถื่อน มหามนต์อันลือลั่นในอดีต
ReadyPlanet.com
dot dot
dot
ย้อนรอยตำราพระคาถาไก่เถื่อน มหามนต์อันลือลั่นในอดีต article



 

  พระธรรมพระคาถาพระยาไก่เถื่อน

(โดยสมเด็จพระสังฆราช สุก ไก่เถื่อน)

 

"เว ทา สา กุ กุ สา ทา เว

ทา ยะ สา ตะ ตะ สา ยะ ทา

สา สา ทิ กุ กุ ทิ สา สา

กุ ตะ กุ ภู ภู กุ ตะ กุ"

 

 

ประวัติพระคาถาพระยาไก่เถื่อน


พระคาถาพระยาไก่เถื่อนนี้ ผู้ใดภาวนาได้สามเดือนทุกๆ วันโดยไม่ขาด ผู้นั้นจะมีปัญญาดั่ง

พระพุทธโฆษาฯ และไก่ป่านี้ขันขานไพเราะนัก ด้วยอำนาจแห่งพระคาถาพระยาไก่เถื่อน

ให้สวดสามจบ จะไปเทศน์ ไปสวด ไปร้อง หรือไปเจรจาสิ่งใดๆ ดีนัก มีตบะเดชะนัก ถ้า

แม้นสวดได้เจ็ดเดือน อาจสามารถรู้ใจคน เหมือนดังไก่ป่ารู้กลิ่นตัวคนฉะนั้น ถ้าสวดครบ

หนึ่งปีจะมีตบะเดชะเหนือกว่าคนทั้งหลายทั้งปวงแม้จะเดินทางไกล ให้สวดแปดจบเหมือน

ไก่ขันยาม เป็นสวัสดีกว่าคนทั้งหลาย

 

   ใช้เสกหิน เสกแร่ ไว้สี่มุมเรือน โจรผู้ร้ายไม่เข้าปล้นเหมือนไก่ป่าไม่ทิ้งรัง แม้ผีร้ายเข้ามา

ในเขตบ้าน ก็คร้ามกลัวยิ่งนัก เสกข้าวสารปรายหนทางก็ดี ประตูก็ดี ผีกลัวยิ่งนัก คนเดินไป

ถูกเข้าก็ล้มแล แพ้แก่อำนาจเรา

 

พระคาถานี้ได้เมื่อพระกกุสันโธเสวยพระชาติเป็นไก่ป่า เป็นอาการสามสิบสองของพระ

พุทธเจ้าทั้งห้าพระองค์ คือ พระกกุสันโธ พระโกนาคมโน พระกัสสโป พระโคตโม พระศรี

อริยเมตไตย พระคาถาบทนี้ ถ้าจำเริญภาวนา จะมีอานุภาพมาก ผู้ใดภาวนาเป็นนิจสิน จะ

เกิดลาภยศมิรู้ขาด ทำมาค้าขึ้น ทำนา ทำสวน ทำไร่ เจริญงอกงามดี ทั้งทำให้บังเกิดสติ

ปัญญาด้วย ถ้าเดินทางไปทางบกหรือเข้าป่า สวดภาวนาให้คลาดแคล้วจากภัยอันตรายดี

นักแล ในบั้นปลายก็จะบรรลุพระนิพพานด้วยเมตตาบารมีนี้เอง

 

 


 

 

 พระธรรมพระคาถาพระยาไก่เถื่อน เป็น พระคาถานำ พระคาถาทั้งปวง ใช้ในทางสำเร็จ

ประโยชน์ ผู้ใช้พระคาถานี้ ต้องมีสมาธิจิตเป็นเอกัคตาจิตขั้นสูง ถึงเมตตาเจโตวิมุตติ จึงจะ

ใช้พระคาถานี้ได้ เพราะเป็นพระคาถามหาเมตตา ปลดปล่อยสัตว์และปลดปล่อยจิต ตัวเอง

                 พระธรรมพระคาถาพระยาไก่เถื่อน เกี่ยวเนื่องกับ ไก่ป่ามากมาย และทรงกล่าว

กับพระอริยเถราจารย์ ครูบารุ่งเรือง ว่าไก่ป่านี้ปราดเปรียวคอยหนีคน หนีภัยอย่างเดียว

                เหมือนกับจิตของคน ไก่ป่าเชื่องคนยาก เหมือนจิตของคนเรา ก็เชื่องต่อ

อารมณ์ยากมากเหมือนกัน ไก่ป่าแม้เสกข้าวด้วยเมตตาให้กิน แรกๆมันก็จะไม่กล้า เข้ามา

หาคน นานๆเข้า จึงจะกล้าเข้าหาคนเหมือนจิตคนเรา ก็ชอบท่องเที่ยว ไปไกลตาม

ธรรมารมณ์ต่างๆ ฝึกตั้งจิตเป็นสมาธิแรกๆนั้น จิตมักจะอยู่ พักเดียว ก็เตลิดต่อนานๆไป เมื่อ

จิตชินต่ออารมณ์ดีแล้ว จึงจะเชื่อง และตั้งมั่นเป็นสมาธิ



             
  พระอริยเถราจารย์ ครูบารุ่งเรือง ถามพระอาจารย์สุก อีกว่า

 "พระคาถาไก่เถื่อน ๔วรรค แต่ละวรรค กลับไป กลับมา เป็นอนุโลม ปฏิโลม หมายถึง"

              พระอาจารย์สุกตอบว่า

            "แต่ละวรรค หมายถึงโลกธรรมแปด

             วรรค ๑ หมายถึง มีลาภ เสื่อมลาภ

             วรรค ๒หมายถึงมียศ เสื่อมยศ

             วรรค๓หมายถึง มีสรรเสริญ ก็มีนินทา

             วรรค๔ หมายถึง มีสุข ก็มีทุกข์ ทุกอย่างย่อมแปรปรวน มีดี และมีชั่ว ไม่แน่นอน

ไม่ควรยึดติด มีหยาบ มีละเอียด"

 



           

   ต่อมาพระอาจารย์สุก ทรงยกองค์คุณแห่ง ไก่ปา ในมิลินท์ปัญหา มาให้พระอริยเถรา

จารย์ ครูบารุ่งเรืองฟังว่า ผู้ที่จะได้บรรลุมรรด ผล นิพพานต้องประกอบด้วยคุณสมบัติอัน

เปรียบเทียบได้กับ องค์คุณแห่ง ไก่ หรือไก่ป่า มี ๕ ประการ ดังนี้คือ

๑.เมื่อเวลายังมืดอยู่ ก็ไม่บินลง หากิน

๒. พอสว่าง ก็บินลง หากิน

๓.จะกินอาหาร ก็ใช้เท้าเขี่ยเสียก่อน แล้วจึงจิกกิน

๔.กลางวันมีตาใสสว่างเห็นอะไรได้ถนัดแต่เวลากลางคืนตาฟางคล้ายคนตาบอด

๕. เมื่อถูกเขาขว้างปา หรือถูกตะเพิดไม่ให้เข้ารัง ก็ไม่ทิ้งรังของตน

          

 

   นี้เป็นองค์คุณ ๕ ประการของไก่ผู้มุ่งมรรค ผล ต้องประกอบให้ได้ กับคุณสมบัติ

อันเปรียบเทียบได้กับองค์คุณเหล่านี้คือ

๑. เวลาเช้าปัดกวาดที่อยู่ และจัดตั้งเครื่องใช้สอย ไว้ให้เรียบร้อย อาบน้ำชำระกายให้

สะอาด บูชากราบไหว้ ปูชณียวัตถุ และวัฒบุคคล

๒.ครั้นสว่างแล้ว จึงกระทำการหาเลี้ยงชีพ ตามหน้าที่แห่งเพศของตน

๓. พิจารณาก่อนแล้ว จึงบริโภคอาหาร ดังพุทธภาษิตว่า ผู้บริโภคอาหารพึงพิจารณา เห็น

เหมือนคนบริโภคเนื้อบุตร ของตนในทางกันดาร แล้วไม่มัวเมา มุ่งแต่จะทรงชีวิตไว้ เพื่อ

ทำประโยชน์สุข แก่ตน และผู้อื่น

๔. ตาไม่บอด ก็พึงทำเหมือนคนตาบอด คือไม่ยินดี ยินร้าย ดุจภาษิต ที่พระมหากัจจายนะ

กล่าวไว้ว่า มีตาดี ก็พึง ทำเป็นเหมือนคนตาบอด มีหูได้ยิน ก็พึงเป็นเหมือนหูหนวก มีลิ้น

เจรจาได้ ก็พึงเป็นเหมือนคนใบ้ มีกำลังก็พึง เป็นเหมือนคนอ่อนเพลีย เรื่องร้ายเกิดขึ้น ก็

พึงนอนนิ่งเสีย เหมือนคนนอนเฉยอยู่ฉะนั้น

๕. จะทำ จะพูด ไม่พึงละสติ สัมปชัญญะ ประหนึ่งไก่ป่า ไม่ทิ้งรังฉะนั้น ถ้าปฏิบัติได้อย่างนี้

จะบรรลุ มรรด ผล นิพพาน

 

 

 


 



ย้อนรอยธรรมตามรอยคุณบูรพาจารย์ สรรพวิชาเวทย์มนตรา - คาถาอาคม

เปิดตำนาน "ยันต์พระเจ้าเข้านิโรธ" article
ย้อนรอยตำนานพระคาถา "โองการมหาปัทธมื่น" article
ตามรอยตำนาน พระผู้วิเศษแห่งเวินไซ "สำเร็จลุน" article
ย้อนรอยตำนานหลวงปู่ปาน วัดคลองด่าน สมุทรปราการ article
ย้อนรอยตำนานพญานกคุ้มโพธิ์สัตว์ article
ประวัติองค์บรมครูแห่งการรักษาโรค "หมอชีวกโกมารภัจน์" article
ตำนานคาถาเต่าเรือน article
ตำนานแห่งพระคาถาสีวลี article
ตามรอยตำนาน พระยันต์เกราะเพ็ชร์ article
สรรพเวทย์วิชาคาถาอาคมค่าควรเมือง article
ตำราบวงสรวงไหว้ครู โดย อาจารย์เทพย์ สาริกบุตร article
ตามรอยธรรมหลวงพ่อกวย ชุตินธโร พระผู้วิเศษแห่งเมืองสรรคบุรี @ "ตำราแก้วสารพัดนึก" article



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *

ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล
รหัสป้องกันสแปม *CAPTCHA Image





dot
สมัครสมาชิก
อีเมล:
รหัสผ่าน:
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
bullet สมัครสมาชิก
dot
dot
ชมรมพุทธศาสตร์แห่งประเทศไทย
dot
dot
รับข่าวสารจากชมรมฯ

dot
bulletประวัติสมเด็จองค์ปฐมต้น
bulletประวัติการสร้างหลวงพ่อรวยทันใจ
bulletประวัติพระปัจเจกพุทธเจ้าองค์ปฐมต้น
bulletสมาทานพระกรรมฐาน
bulletแนวทางการปฏิบัติกรรมฐาน
bulletการเจริญกสิณ ๑๐ ประการ
bulletการเจริญอนุสติ ๑๐ ประการ
bulletการเจริญอสุภกรรมฐาน ๑๐ ประการ
bulletการเจริญอาหาเรปฏิกูลสัญญา
bulletการเจริญจตุธาตุววัฏฐาน
bulletการเจริญพรหมวิหาร ๔ ประการ
bulletการเจริญอรูปฌาณ ๔ ประการ
bulletการฝึกวิชามโนมยิทธิ
สมาชิกใหม่
สมาชิกใหม่ขณะนี้ คน
สมาชิกใหม่
ยังไม่มีสมาชิกที่ล็อกอินในขณะนี้
bulletบุคคลทั่วไป 4 คน
dot


พระมหาเจดีย์ทั่วสกลชมพูทวีป
พระพุทธปฏิมาทั่วสกลชมพูทวีป
รอยพระพุทธบาททั่วสกลชมพูทวีป
พระบรมสารีริกธาตุ
พระธาตุพระปัจเจกพุทธเจ้า
พระอรหันต์ธาตุ
พระพุทธสรีรธาตุ
อานิสงค์การบูชาพระบรมสารีริกธาตุ
พระธาตุปาฏิหาริย์
พระธาตุข้าวบิณฑ์


Copyright © 2010 All Rights Reserved.
ชมรมพุทธศาสตร์แห่งประเทศไทย ศูนย์ประสานงานชมรมพุทธศาสตร์แห่งประเทศไทย ๗๗ หมู่ ๑๖ บ้านแก่นพยอม ตำบลบ้านเป็ด อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น โทรศัพท์ ๐๘๒-๑๑๗-๙๙๗๕